Markets Always Difficult

Waraporn Baher

ผ่านไปแล้วนะครับกับนักกีฬาคนแรกของเรา วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับนักกีฬาหญิงคนแรกของสโมสรเรา คือ คุณ วราพร บาฮ์เนร์ หรือพี่ใจ สำหรับพี่ใจแล้ว อายุเป็นเพียงแค่ตัวเลขจริงๆ เพราะถ้าพูดถึงเรื่องการเทรด สามารถสู้น้องๆในทีมได้อย่างสบาย

เราไปทำความรู้จักกับพี่ใจให้มากกว่านี้กันดีกว่าครับ

1. ช่วยเล่าประวัติของตัวเองฉบับย่อให้ฟังหน่อยครับ?

ชื่อใจค่ะ เป็นคนสวรรคโลก สุโขทัยค่ะ แล้วก็ยังเป็นคนมีอายุค่ะ จบบัญชีรามคำแหง ทำมาหากินโดยเป็นมนุษย์เงินเดือน ทำงานแบบว่าท่านเจ้านายต้องการสิ่งใดบอก จัดให้ เลยไม่ค่อยตรงกับงานบัญชี ส่วนมากเป็นบริษัทขนาดเล็ก ก็เลยทำทุกตำแหน่ง

2. แล้วพี่ใจเริ่มเทรดมานานรึยังครับ ?

นานนะ ประมาณ 5-6 ปี เริ่มต้นจากเพื่อนแนะนำเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นไทย

3. ช่วงตอนแรกที่เข้ามาเทรดใหม่ๆ เป็นอย่างไงบ้างครับ?

ขาดทุนซิ จะเหลือไหม 5555 เป็นบทเรียนว่า ทำอะไรก็ตามไม่มีความรู้ในสิ่งที่ทำ จะไม่ประสบความสำเร็จ แต่โชคดี มีเพื่อนช่วยแนะนำการลงทุนจนเงินทุนกลับมาเท่าเดิม

4. ตอนนั้นพี่ใจเทรด แต่หุ้นไทยหรอครับ?

ใช่ค่ะ หุ้นปั่นด้วย ประเภท “เขาบอกมาว่า”

5. หลังจากนั้นมาเริ่มรู้จัก forex ได้อย่างไงครับ?

รู้จัก Road to trader แล้วเขาก็พูดถึง พี่ต้าน เทรดค่าเงิน เลยสนใจ ยิ่งคุณต้านบอกว่า เราไปล่าค่าเงินฝรั่งกันดีกว่า มองว่ามันเป็นการหาเงินเข้าประเทศของเราแบบหนึ่ง ซึ่งเราเองก็สามารถทำได้ด้วยตัวของเราเอง ไม่ต้องไปเปิดบริษัท หาสินค้าไปขาย หาตลาด แต่ไม่ได้หมายความว่า การเทรดค่าเงินจะง่ายนะ ทุกอย่างต้องมีการเรียนรู้ ข้อดีก็คือ คุณอาจปิดประตูทำงานได้ โดยไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับชาวบ้านได้

6. พี่ใจเคยร่วมกิจกรรมไหนของ mudley club บ้างครับ?

เริ่มจากแข่งกลุ่มของ RTT ที่แข่งเข้า MW ได้อยู่ในกลุ่ม F ที่มีสมาชิกแค่ 9 คน ผลการเทรดก็ not bad นะ
แล้วก็มือลั่นไปอบรมที่ living room กับน้องพี เดินทางสนุกเลย ทุกคืนวันศุกร์

จากนั้นก็แข่งของ MW มีไรมา ร่วมรายการหมด

7. เป้าหมายสำหรับการเทรดของพี่ใจคืออะไรครับ?

เทรด for living ค่ะ เมื่อประสบความสำเร็จจะแบ่งปันให้กับคนที่สนใจค่ะ

8. พี่ใจคิดว่าอายุเป็นอุปสรรคสำหรับการเทรดมั้ยครับ?

ทุกอย่างถ้าคุณคิดว่ามันคืออุปสรรค มันก็เป็นอุปสรรค สำหรับพี่คิดว่าไม่ พี่ก็ไปแบบเต่าๆ เราไม่เปรียบเทียบตัวเรากับใครๆ พี่แข่งกับตัวพี่เอง วันนี้พี่ดีขึ้นกว่าวันก่อนๆ

9. พี่ใจแบ่งเวลาเทรดอย่างไงบ้างครับ?

ถ้าในเวลางานก็จะ pending order ไว้บ้าง

10. สไตล์การเทรดของพี่ใจเป็นสไตล์ไหนครับ

อันนี้ตอบยาก เพราะ พี่มีพอร์ต reit และพอร์ตหุ้น แล้วก็เอากำไรมาต่อ forex ซึ่งพี่ก็เทรดเองไม่นาน ยังได้ผลไม่เป็นที่พอใจหลายอย่าง เปิดออเดอร์แล้วตั้ง tp sl แล้วรอผล ยังคงต้องเรียนรู้อีกเยอะ และมีการใช้ technical ในการตัดสินใจด้วย

11. เวลาเทรดเองกับเทรดแข่ง ความรู้สึกตอนเราเทรดมีความแตกต่างกันมั้ยครับ?

ต่างค่ะ เทรดเอง จะได้หรือเสีย เงินของเรา ไม่ค่อยซีเรียส แต่เงินแข่ง กดดันค่ะ กลัวเสียงานใหญ่ของกลุ่ม เทรดเอง เรารู้ว่าเราจะรับขาดทุนได้เท่าไร จะบริหารเงินอย่างไร

12. รู้สึกอย่างไงที่ได้เข้าร่วมกับ inferno ครับ ?

ดีใจมาก จริงๆอยากแอบถามคุณนนท์ว่า ทำไมถึงเลือกเรา เพราะเราไม่ได้เก่งมาก

13. อยากฝากอะไรถึงคนที่อยากจะเป็นเทรดเดอร์ครับ?

ไม่ว่าจะทำงานอะไรก็ตาม จะประสบความสำเร็จ คุณต้องมีความรู้ในสิ่งที่คุณทำ การเทรดก็เช่นกัน ตลาดไม่เคยง่าย

Kittipong Pitakchotiwong

แนะนำนักกีฬาคนแรกของสโมสรเรานะครับ เค้าคือ คุณ เจมส์ กิตติพงศ์ พิทักษ์โชติวงศ์ ตำแหน่งที่ลงแข่งคือ Distance และ activity เรียกได้ว่า ฝีไม้ลายมือของเค้าไม่ธรรมดาเลยจริงๆครับ ที่สามารถ เทรดได้ทั้งการเก็บระยะ หรือ เก็บสั้น หลายคนคงสงสัยกันแล้วใช่มั้ยครับ ว่าโฉมหน้าคาตาของคุณเจมส์ เค้าคือใคร? เราจะพาเพื่อนๆไปเจาะลึกทำความรู้จักกับเทรดเดอร์เจมส์กันเลยครับ

1. ช่วยเล่าประวัติตัวเองอย่างย่อๆได้มั้ยครับ?

สวัสดีครับ ชื่อกิตติพงศ์ พิทักษ์โชติวงศ์ ชื่อเล่นเจมส์ ครับ ปีนี้ก็อายุ 33 ปีเป็นที่เรียบร้อย พื้นเพเกิดและโตที่จังหวัดภูเก็ตครับ ช่วงวัยรุ่นก็เหมือนเด็กทั่วๆไปครับ มีความฝันและอยากวิ่งตามฝันของตัวเอง ช่วงนี้จำได้แม่นเลย อยากเป็นนักดนตรี อยากออกเทป(เด็กสมัยนี้อาจจะงงเทปคืออะไร55) เวลาเกือบทั้งหมดนี่ทุ่มให้ดนตรีอย่างเดียวเลย แต่พอจะเข้ามหาลัยก็เริ่มมาคิดได้ว่า ฝันบางอย่างคงต้องวางไว้ก่อน ตอนนั้นเราก็ไม่รู้ว่าอะไรที่เราทำได้ดี หรือ จะเลี้ยงชีพเราได้ เลยเลือกเรียนบัญชี เพราะชอบตัวเลขและที่บ้านทำงานในสายการเงิน ธนาคารกันหมด ประกอบกับได้ทุนด้วยเป็นการช่วยที่บ้านประหยัดไปในตัว

เริ่มมารู้ตัวเองว่าเราไม่ได้ชอบด้านบัญชีก็ตอนใกล้จะเรียนจบละ เราอาจแค่ทำมันได้ดี หลังจากนั้นก็ลองทุกอย่างเลยครับ ทำร้านขายเสื้อผ้า เป็นเซลล์ส่งออกผลไม้ จนได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ให้เข้าไปทำงานสายบริหารเงินที่ธนาคารญี่ปุ่นแห่งหนึ่งครับหลังจากนั้นชีวิตการทำงานก็วนเวียนเกี่ยวกับการเงิน การลงทุนมาตลอดเลย

2. คุณเจมส์เริ่มสนใจลงทุนได้อย่างไรครับ?

เริ่มสนใจสมัยเรียนอยู่มหาลัยครับ มีเพื่อนสนิทแนะนำให้รู้จักกับเว็บ pantip.com เพื่อนสอนให้ลองเล่นโปรแกรมซื้อขายหุ้นจำลองในห้องสินธรครับ ตอนนั้นยังไม่รู้จักเลยว่าหุ้นแต่ละตัวเป็นยังไง ต้องหาความรู้อะไรบ้าง รู้แต่ว่าซื้อราคาถูก ขายราคาแพงแค่นั้นเลยครับ

มาเริ่มลงทุนจริงจังก็ตอนเริ่มมีเงินเก็บจากการทำงานครับ ก็ตามสูตรเลย ได้กำไรช่วงแรกแล้วมั่นใจว่าการลงทุนมันง่ายสบายๆ นั่งกดหน้าจอได้รอกำไร พอเพิ่มจำนวนเงินเข้าไปเท่านั้นแหละครับ ตลาดก็เริ่มสอนบทเรียนบทสำคัญให้ เริ่มขาดทุน จิตใจเริ่มไม่คงที่ ความเครียดเริ่มสะสม และออกจากตลาดไปช่วงนึงเลยครับ

3. คุณเจมส์มีเป้าหมายในการเทรดอย่างไรบ้างครับ?

ต้องการสร้างกระแสเงินสดให้เลี้ยงชีพได้ครับ ต้องการให้การเทรดเป็นเหมือนหน่วยธุรกิจหน่วยนึงของเราที่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้ มาช่วยเสริมกับงานและธุรกิจเดิมที่ทำอยู่ครับ

4. ไอดอลในด้านการเทรดของคุณเจมส์คือ ใครครับ?

พี่ต้านครับ ผมเริ่มตามพี่ต้านมาตอนเริ่มมีกลุ่ม road to trader ใน Facebook ครับ ตอนนั้นได้แต่ฟังอย่างเดียวยังคิดไม่เห็นภาพ และยังไม่เชื่อในสิ่งที่พี่ต้านสอนเลยครับ อีโก้สูงมากช่วงนั้น แต่พอเวลาผ่านไปก็เอาที่พี่ต้านสอนมาทบทวน มาฟังซ้ำ เลยเริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้นครับ และสิ่งที่พี่ต้านสอนนอกจากจะใช้ในการเทรดแล้ว ยังสามารถเอามาประยุกต์ใช้กับการทำธุรกิจ การใช้ชีวิตได้ด้วยครับ ที่สำคัญคือพี่ต้านไม่ได้สอนอย่างเดียว แต่ทำให้เราดูด้วยครับว่าสิ่งที่พี่ต้านสอน แนะนำ มันทำได้จริง

5. คิดว่าตัวเองต้องพัฒนาในด้านไหนเพิ่มอีกมั้ยครับ?

คิดว่าต้องฝึกเรื่องการควบคุมอารมณ์เพิ่มครับ ตอนนี้ยังมีบางจังหวะที่ต้องรอหรือหยุดแล้วใจยังรู้สึกว่าอยากมีออเดอร์ หรือบางทีเทรดไม่ไปตามที่มองไว้แล้วเรารู้สึกดรอปลงครับ หลักๆคิดว่าต้องปรับสมดุล อารมณ์ให้เป็นกลางให้ได้ครับ และเข้าใจธรรมชาติของตลาดให้มากขึ้น

อีกอย่างที่คิดว่าต้องพัฒนาเพิ่มคือเรื่องการวางกลยุทธ์ครับ การมองภาพรวมของพอร์ตโฟลิโอครับ

6. คุณเจมส์มีงานประจำ แล้วแบ่งเวลาเทรด อย่างไงครับ?

เนื่องจากงานประจำผมเกี่ยวข้องกับการลงทุนอยู่แล้วครับ เลยไม่ค่อยมีปัญหากับการแบ่งเวลามาเทรดเท่าไหร่ครับ ในมุมมองผม การเทรดควรจะสอดคล้องกับการใช้ชีวิตของเราด้วยครับ (ในกรณีเป็น part time trader) เมื่อก่อนตอนทำงานด้านการตลาด ผมดูจะดูจอตอนพักเที่ยงกับเลิกงานครับ เพราะเคยลองเทรดสั้นๆต้องดูจอบ่อยๆ ปรากฏว่าการเทรดก็ไม่ดีแล้วยังไปรบกวนประสิทธิภาพของการทำงานหลักด้วยครับ

7. อยากทราบสไตล์การเทรดของคุณเจมส์ครับ?

ตอนนี้เทรดแบบ cs เป็นหลักครับ และกำลังศึกษาและฝึก time base, กับ umbrella scalping ครับ

8. มีวิธีเติมไฟในการเทรดยังไงเวลาที่เราท้อครับ?

ผมจะคิดอยู่เสมอครับเวลาที่ผมท้อ ผมจะคิดว่าผมเจอวิธีที่ทำแล้วไม่สำเร็จอีก 1 วิธีครับ อย่างน้อยเราก็ไม่ได้เสียเวลาไปโดนเปล่าประโยชน์ครับ

ผมจะคิดว่าการที่เราผิดพลาดแล้วเราท้อ นั่นแปลว่าเราลงมือทำครับ ไม่มีใครไม่เคยทำพลาดครับ มีแต่คนไม่ลงมือทำเท่านั้นที่ไม่เคยพลาด เราแค่ต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดแล้วก็พัฒนาตัวเองขึ้นครับ

อีกวิธีที่ผมใช้คือการคุยกับคนรอบข้างครับ บางทีเราแบกอะไรหนักๆไว้คนเดียว คิดเอง เออเองว่าเราพลาด เราแย่ มันจะทำให้เราท้อครับ ลองเล่าให้คนรอบข้างฟัง หรือคนที่เรารักฟังครับ กำลังใจจากคนรอบข้างนี่คือน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างดีเลย

9. หลังจากที่เข้ามาใน inferno club รู้สึกว่าเราพัฒนาตัวเองในด้านไหนบ้างครับ?

ด้านวินัยครับ พอเข้ามาแข่งให้กับคลับ ความรับผิดชอบเราเพิ่มขึ้น การตัดสินใจของเราทุกอย่าง มีผลกระทบกับทุกคนในทีม เลยทำให้เรามีวินัยเพิ่มขึ้นแบบอัติโนมัติเลยครับ

อีกอย่างก็ได้พัฒนาสกิลการทำงานเป็นทีมครับ ได้เรียนรู้การทำงาน การเทรดร่วมกันเป็นทีม การแบ่งหน้าที่ ทำให้รู้ว่าการเทรดมีอะไรมากกว่ากดส่งออร์เดอร์ครับ

10. ความรู้สึกที่ผู้จัดการสโมสรเลือกให้ลงแข่งใน mudley club ครับ?

รู้สึกดีใจปนกับงงครับ ดีใจที่ได้รับคัดเลือกเข้าทีมแต่ก็งงที่ว่าทำไมทีมถึงเลือกเรา 555

รู้สึกตื่นเต้นที่เราจะได้ลงแข่งสนามเดียวกับไอดอลของเราอีกหลายๆคนครับ แต่ก็แอบกดดันเหมือนกันครับ เพราะแต่ละคนก็เก่งๆทั้งนั้น

และก็รู้สึกขอบคุณทางทีมงานของ mudley club และทีมงานของ inferno ที่ทำให้คนธรรมดาคนนึงได้มีพื้นที่ในการแสดงออกครับ

11. อยากฝากอะไรถึงคนที่ติดตามพวกเราชาว Inferno ครับ?

เราทุกคนมีความเก่งอยู่ในตัวครับ บางครั้งแค่เรายังไม่รู้ว่าเราเก่งเรื่องอะไร อย่าเพิ่งท้อกับอุปสรรคที่เจอ เตรียมตัว ฝึกฝน เพื่อรอวันที่เราจะได้แสดงความสามารถครับ และอย่าลืมส่งแรงใจ แรงเชียร์ให้เราชาว Inferno ด้วยนะคร๊าบบบ

ฝากติดตามเพจ: Inferno club ของพวกเราด้วยครับ สโมสรเราเน้นการอัพเกรดเทรดเดอร์เป็นหลัก แล้วมาเติบโตไปพร้อมกับเรานะครับ

4 เทคนิคถนอมสายตาที่จะช่วยให้สามารถนั่งเทรดได้ตลอดทั้งวัน

ช่วงนี้เทรดเดอร์ในทีมทุ่มกันสุดตัว เรียกได้ว่าจ้องจอกันตาไม่กะพริบ เพราะเจอศึกแห่งศักดิ์ศรีเลยต้องทุ่มกันสุดตัว อาการเคืองตา ปวดตา เลยถามหา แอดเลยจะมาแชร์ทริกที่เหล่าเทรดเดอร์ใช้ในการถนอมสายตากัน

  1. กระพริบตาบ่อยๆ  ถ้าเราโฟกัสกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งบนหน้าจอนานๆ มีโอกาสสูงมากที่เราจะลืมกะพริบตาซึ่งจะทำให้เราเกิดอาการตาแห้ง แสบตาได้ เราจึงควรกะพริบตาบ่อยๆเพื่อให้มีน้ำมาหล่อเลี้ยงตา หรือ อาจใช้การหยอดน้ำตาเทียมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น เทคนิคนี้เทรดเดอร์สาย activity ชอบมากเพราะไม่ต้องลุกไปไหน เดี๋ยวราคาจะวิ่งหนีเอา
  2. ละสายตาออกจากจอ โดยมองไปที่ต้นไม้ หรือ หลับตาสัก 2-3 นาที เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยได้หากเราเกิดอาการตาล้าจากการจ้องมองจอเป็นเวลานาน
  3. นวดเบาๆรอบกระบอกตา เพื่อกระตุ้นการหมุนเวียนของเลือดไปสู่กล้ามเนื้อรอบดวงตา การโฟกัสหน้าจอนานๆ ทำให้กล้ามเนื้อรอบดวงตาเกิดอาการเกร็ง และขัดขวางการเดินทางของกระแสเลือดที่ควรจะไปหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อส่วนนั้นๆ
  4. อย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอด้วยนะ เพราะการขาดน้ำเป็นสาเหตุหนึ่งที่อาจทำให้เกิดอาการเคืองตาได้

ใครมีวิธีถนอมสายตาที่ใช้ได้ผลมาแชร์ให้เพื่อนๆใน comment กันได้นะครับ